VLOOKUP สูตร Excel ที่นักทำข้อมูลทั้งหลายต้องรู้ไว้

พฤศจิกายน 26, 2014, 05:11:12 AM *
ข่าว: TrueMoneyแลกเงินสด ทรูมันนี่แลกเงินสด ขายบัตรทรูมันนีWebmaster™


เกมส์มัน ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกด้วย SMS

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Ran Assassin
      โปรโมชั่น    ของขวัญ   เสื้อผ้าเกาหลี   ของขวัญวันเกิด   
ติดต่อ Webmaster : 0829755777 Email : decha (@) me.com
ติดต่อโฆษณา ตำแหน่งใดก็ได้ ที่หน้าเวป, ปักหมุดกระทู้
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: VLOOKUP สูตร Excel ที่นักทำข้อมูลทั้งหลายต้องรู้ไว้  (อ่าน 84872 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Amp
บุคคลทั่วไป













« เมื่อ: สิงหาคม 24, 2009, 09:34:51 AM »

Ragเถื่อน

Ran Online
สวัสดีค่ะ ทุกๆ คน
หลังจากที่ยุ่งมากมาย จนไม่มีเวลามาอัพข้อมูล หรือเคล็ดลับเด็ดๆ ที่จะนำมาใช้ใน MS. Office เลย
และวันนี้เห็นได้ฤกษ์ดี จึงขอมาอัพข้อมูลที่มีประโยชน์กันต่อ โดยจะขอพูดเรื่องสูตรกันบ้าง โดยสูตรแรกที่จะนำเสนอ ก็คือสูตร "VLOOKUP"
          
   สูตร Vlookup เป็นสูตรที่หลายๆ คนรู้จักและนิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องทำงานกับข้อมูลทั้งหลาย เพราะมันจะช่วยให้คุณดึงข้อมูลจากอีกไฟล์หนึ่งมายังอีกไฟล์หนึ่งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ส่วนที่ใครยังไม่เคยรู้จัก วันนี้แอ๊มจะมาอธิบายวิธีใช้อย่างละเอียดให้ฟังค่ะ

วิธีใช้
   ขั้นแรกก็ต้องเลือกสูตร Vlookup มาซะก่อน ซึ่งมันจัดอยู่ในหมวด “Lookup & Reference” ค่ะ เมื่อเลือกก็จะปรากฎตารางให้ใส่ตารางให้ใส่ฟังก์ชั่นดังรูปค่ะ





   โดยช่องแรกหรือ "Lookup_value" ให้ใส่ข้อความหรือเซลล์ที่มีข้อความเหมือนกับไฟล์ข้อมูลที่เราต้องการค่ะ แต่ต้องเป็นเอกลักษณ์นะคะ ไม่เช่นนั้นสูตรจะดึงเฉพาะคนแรกที่เจอค่ะ เช่น จากรูปเราต้องการดึงจำนวนเงินจากอีกไฟล์หนึ่งมายังไฟล์ใหม่ ซึ่งเราจะพบว่าในรูปนั้นข้อความที่เหมือนกันคือ ในช่องรหัสพนักงาน ดังนั้นให้เราคลิกเป็นตัวดึงข้อมูล


   





   ช่องที่ 2  "Table_array" ให้ใส่เซลล์ของไฟล์ที่ต้องการจะอ้างอิง โดยวิธีการเลือกข้อมูลนั้น เราจะเริ่มคลุมเซลล์แรก ซึ่งจะต้องเป็นส่วนที่เหมือนกับไฟล์ใหม่ และใช้เมาล์ลากคลุมเซลล์ตั้งแต่ช่องแรกจนถึงเซลล์ของข้อมูลที่เราต้องการ ดังรูป





   ช่องที่ 3 "Col_index_num" ให้ใส่จำนวนคอลัมม์ตั้งแต่คอลัมม์แรกที่เลือกจะถึงคอลัมม์ข้อมูล ซึ่งจากตัวอย่างคือ 3 คอลัมม์ค่ะ (A ถึง C)
   ช่องที่ 4 "Rank_Lookup"  ให้ใส่เลข 0 เสมอค่ะ
   ซึ่งถ้าสูตรใส่ถูกต้อง จะได้ข้อมูลที่เราต้องการมายังไฟล์ใหม่ค่ะ


 


   บางคนอาจสงสัยว่าเราจะสร้างสูตรทำไมให้เสียเวลา ในเมื่อเรา Copy ทั้งคอลัมน์มาแปะเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ อันที่จริงก็ง่ายกว่าค่ะ แต่ในกรณีที่ไฟล์ใหม่และไฟล์อ้างอิงเรียงลำดับทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้เลยค่ะที่จะเรียงเหมือนกัน

   และที่นี้ก็มาถึงปัญหาในการใช้ VLookup
   1. #N/A หมายถึง รหัสที่เราอ้างอิงไม่มีในไฟล์ข้อมูล ซึ่งอาจจะเกิดได้จาก ไม่มีรหัสนั้นในไฟล์ที่เราจะดึงจริง หรือ ถ้ามีแต่ไม่ยอมดึงข้อมูลมาให้
ซึ่งในกรณีหลังนี้เกิดจากเซลล์ที่เราอ้างอิงไม่เหมือนกันจริง เพราะคำว่าเหมือนนั้นหมายถึงทุกตัวอักษรห้ามต่างกันแม้แต่น้อย มีเว้นวรรคก็ต้องเหมือนกัน (แต่ตัวใหญ่เล็กไม่เป็นไรนะคะ) หรืออีกกรณีหนึ่งคลุมข้อมูลไม่หมด
   วิธีแก้   ในกรณีมีแต่ใช้สูตรแล้ว ไม่แสดงข้อมูล แก้ตัวอักษร สะกดให้เหมือนกันทั้งสองไฟล์ หรือคลุมข้อมูลใหม่

   2. #Ref หมายถึงในช่อง Col_index_num เราใส่จำนวนคอลัมม์เกินกว่าข้อมูลที่เราคลุมไว้ เช่นเราคลุมข้อมูล A1:C50 แต่เราใส่ตัวเลจขลงในช่อง Col_index_num เป็น 4 ซึ่งจริงๆ แล้ว A ถึง C นับจำนวนคอสัมน์ได้สูงสุดแค่ 3 เท่านั้น
   วิธีแก้   ทำการเลือกข้อมูลในช่อง Table_array ใหม่

   3. เลข 0 อันนี้ไม่ถือว่าการคำนวณหรือใส่สูตรผิดพลาดนะคะ จะเกิดกรณีอย่างนี้ ก็ต่อเมื่อช่องที่เราต้องการของข้อมูลนั้น เป็นช่องว่าง ไม่มีข้อมูลหรือตัวเลขใดๆ ทั้งสิ้น

   4. จากที่บอกไปตอนแรก สูตร VLOOKUP นั่น จะดึงข้อมูลมาเฉพาะค่าแรกที่มันเจอเท่านั้น ดังนั้นถ้าเซลล์ที่เราใช้อ้างอิงใน Lookup_value ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์จริง มันเห็นอะไรก่อนมันจะแสดงเป็นค่านั้นทันที ไม่มีการรวมค่าให้นะคะ ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นจะต้องทำให้แน่ใจก่อนว่า ส่วนของ Lookup_value แตกต่างกันจริง

   และมารู้ถึงการใช้ VLookup อย่างรวดเร็วทันใจ
   เมื่อเราต้องการดึงข้อมูลจำนวนมากมาจากไฟล์เดียวกันโดยไม่ต้องแก้สูตร ซึ่งขอแนะนำว่าต้องรู้จักสูตรและสัญญลักษณ์ดังต่อไปนี้ซะก่อน
   1. COLUMNS() เป็นสูตรช่วยในการนับจำนวน Columns
   2. สัญลักษณ์ $ เป็นสัญลักษณ์ช่วยไม่ให้แถวหรือคมลัมม์เกิดการเลื่อนเข้า-ออก เมื่อเราทำการลากสูตร
   3. สูตร IS ทั้งหลาย เป็นสูตรช่วยแปลงค่า error เช่น #N/A ให้แสดงผลตามที่เราต้องการ โดยใช้ร่วมกับสูตร IF
   
   โดยประโยชน์ของข้อ 2 และ 3 จะช่วยให้เราลากสูตรไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสูตรใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีข้อแม้ว่า ข้อมูลที่เราจะดึงต้องอยู่ในไฟล์เดียวกันและหัวข้อเรียงเหมือนกันเท่านั้นค่ะ เช่นจากตัวอย่างจะเรียงข้อมูลจาก ชื่อ นามสกุล และที่อยู่เหมือนกันค่ะ แล้วที่นี้ก็มาถึงเวลาวิธียำสูตรกันค่ะ
   เริ่มแรกมีไฟล์ใหม่เอาไว้ และเราต้องการดึงข้อมูลชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์จากไฟล์รายชื่อพนักงานมาใส่ไว้ในไฟล์ใหม่
               

 
               
           
       ให้สร้างสูตร VLookup ที่เซลล์ B2 ได้เลยค่ะ จะได้สูตรเป็นดังนี้ =VLOOKUP(A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,xxx,0)
       ส่วนในตัวอักษร ,xxx ถ้าเป็นข้อมูลที่ต้องการดึงมีไม่กี่ช่อง ให้ใส่ตัวเลขจำนวนคอลัมม์ไปเลยค่ะ เช่นต้องการแค่ชื่อ หรือชื่อและนามสกุลอย่างเดียว ให้ใส่จำนวนคอลัมม์จากรหัสไปชื่อ หรือใส่จำนวนคอลัมม์จากรหัสไปนามสกุล ในที่นี้คือ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่! ถ้ามีเยอะกว่านั้น จะให้มานั่งเปลี่ยนตัวเลขที่ละค่าคงเสียเวลาอย่างรุนแรง ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนมาใช้สูตร COLUMNS () แทน
   โดยวิธีการเขียนสูตรนั้นก็ง่ายค่ะ เมื่อเราพิมพ์ COLUMNS( จากนั้นให้ไปที่ไฟล์รายชื่อพนักงาน โดยเซลล์แรกที่เลือกจะเหมือนในสูตร VLOOKUP เลยค่ะ ซึ่งในที่นี้คือ เซลล์ A2 และให้คลุมลากจนมาถึง เซลล์ข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้ก็คือ B2 เมื่อเสร็จก็จะได้สูตรเป็นดังนี้ค่ะ COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$B$2)
   แต่ยังไม่จบนะคะ ที่นี้มาถึงสัญญลักษณ์พระเอกของเรา ก็คือตัว $ ซึ่งจะช่วยให้สูตร Columns แสดงผลออกมาถูกต้องโดยไม่แก้ โดยวิธีคือเราจะใส่ $ ข้างหน้าเฉพาะ A ส่วนข้างหน้าตัวเลข จะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่มีผลอะไร แต่ห้ามใส่หน้า B เด็ดขาดนะจ้ะ ดังนั้นถ้ามีอยู่ก็ให้ลบออกไปนะคะ ซึ่งจะได้สูตรที่ถูกต้องแทน  xxx เป็นดังนี้ COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2)
   การเติมพระเอกของเรายังไม่จบนะคะ อย่าลืมใส่ $ ตรงหน้า A ของตัวอักษรสีน้ำเงินในสูตรด้วยนะคะ VLOOKUP(A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2),0) เพราะไม่เช่นนั้นเวลาเราลากสูตร จะเอ๋อเรอทันที
   และผลสุดท้ายจะได้  VLOOKUP($A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2),0)

   ส่วนในกรณีหัวข้อเรียงต่างกันให้ใช้สูตร Array เข้าช่วยค่ะ เช่นเราต้องการ ชื่อ, นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งข้ามหัวข้อ “ที่อยู่”ไป ให้เราแทน xxx ด้วยจำนวนคอลัมม์แต่ละหัวข้อที่เราต้องการหลังวงเล็บปีกกา เช่นในที่นี้ คือ 2, 3 และ 5 ให้ใส่เป็น “{2,3,5}” และสุดท้ายจะได้สูตรเป็นดังนี้ VLOOKUP($A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,{2,3,5},0)
   แต่ก่อนที่เราจะใช้สูตรข้างต้น เราคลุมเซลล์ที่เราต้องการดึงข้อมูลทั้งหมดก่อนนะคะ ตามรูปเลย





   และหลังจากใส่สูตรเรียบร้อยแล้ว ก็กด Ctrl+Shift+Enter พร้อมกันค่ะ ข้อมูลที่เราต้องการก็จะโผล่มาเลยค่ะ
   
   ปล. ระวังนิดหนึ่งนะคะ การที่เรา VLOOKUP ในไฟล์เดียวกัน โปรแกรมจะไม่ใส่ สัญญลักษณ์ $ ให้อัตโนมัตินะคะ ดังนั้นอย่าลืมใส่เองเด็ดขาด มิฉะนั้นมานั่งงมโขม หาว่าสูตรผิดตรงไหน อันนี้เจอบ่อยมากๆๆ โดนถามประจำ
   
   วิธีข้างต้นเป็นวิธีที่แอ๊มประยุกต์ขึ้นจากพื้นฐานเอง ดังนั้นบางคนอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อย่าลืมมาโพสบอกนะคะ



.

แรนเถื่อน | เสื้อผ้าเกาหลี | แรงบันดาลใจ | Ran | Ragnarok เถื่อน | RO เถื่อน


ROเถื่อน

Follow Decha Chanwirun Liang's board GadGetMaShow.com on Pinterest.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Sitemap Decha Chanwirun เกมส์ออนไลน์ Game PC  
Thank SMF Security Check DMCA.com Protection Status



Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 11 ชั่วโมงที่แล้ว