VLOOKUP สูตร Excel ที่นักทำข้อมูลทั้งหลายต้องรู้ไว้

ตุลาคม 23, 2017, 06:45:48 PM *
ข่าว: ลงโฆษณา ติดแบนเนอร์ Banner ปักหมุด ขอเช่าพื้นที่บอร์ดเพื่อSEO ค้นหาเจอบนGoogle โดย วันนี้ 23 มิถุนายม 2560

เกมส์มัน ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกด้วย SMS

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Ran Assassin
      โปรโมชั่น    ของขวัญ   เสื้อผ้าเกาหลี   ของขวัญวันเกิด   
      โฆษณาป้ายละ 500    ป้ายโฆษณา   โฆษณาราคาถูก   Ads ป้ายละ 500   ติดโฆษณา
ติดต่อ Webmaster : 0829755777 Email : decha (@) me.com
ติดต่อโฆษณา ตำแหน่งใดก็ได้ ที่หน้าเวป, ปักหมุดกระทู้
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: VLOOKUP สูตร Excel ที่นักทำข้อมูลทั้งหลายต้องรู้ไว้  (อ่าน 93232 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Amp
บุคคลทั่วไป













« เมื่อ: สิงหาคม 24, 2009, 09:34:51 AM »


Ran Online
สวัสดีค่ะ ทุกๆ คน
หลังจากที่ยุ่งมากมาย จนไม่มีเวลามาอัพข้อมูล หรือเคล็ดลับเด็ดๆ ที่จะนำมาใช้ใน MS. Office เลย
และวันนี้เห็นได้ฤกษ์ดี จึงขอมาอัพข้อมูลที่มีประโยชน์กันต่อ โดยจะขอพูดเรื่องสูตรกันบ้าง โดยสูตรแรกที่จะนำเสนอ ก็คือสูตร "VLOOKUP"
          
   สูตร Vlookup เป็นสูตรที่หลายๆ คนรู้จักและนิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องทำงานกับข้อมูลทั้งหลาย เพราะมันจะช่วยให้คุณดึงข้อมูลจากอีกไฟล์หนึ่งมายังอีกไฟล์หนึ่งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ส่วนที่ใครยังไม่เคยรู้จัก วันนี้แอ๊มจะมาอธิบายวิธีใช้อย่างละเอียดให้ฟังค่ะ

วิธีใช้
   ขั้นแรกก็ต้องเลือกสูตร Vlookup มาซะก่อน ซึ่งมันจัดอยู่ในหมวด “Lookup & Reference” ค่ะ เมื่อเลือกก็จะปรากฎตารางให้ใส่ตารางให้ใส่ฟังก์ชั่นดังรูปค่ะ





   โดยช่องแรกหรือ "Lookup_value" ให้ใส่ข้อความหรือเซลล์ที่มีข้อความเหมือนกับไฟล์ข้อมูลที่เราต้องการค่ะ แต่ต้องเป็นเอกลักษณ์นะคะ ไม่เช่นนั้นสูตรจะดึงเฉพาะคนแรกที่เจอค่ะ เช่น จากรูปเราต้องการดึงจำนวนเงินจากอีกไฟล์หนึ่งมายังไฟล์ใหม่ ซึ่งเราจะพบว่าในรูปนั้นข้อความที่เหมือนกันคือ ในช่องรหัสพนักงาน ดังนั้นให้เราคลิกเป็นตัวดึงข้อมูล


   





   ช่องที่ 2  "Table_array" ให้ใส่เซลล์ของไฟล์ที่ต้องการจะอ้างอิง โดยวิธีการเลือกข้อมูลนั้น เราจะเริ่มคลุมเซลล์แรก ซึ่งจะต้องเป็นส่วนที่เหมือนกับไฟล์ใหม่ และใช้เมาล์ลากคลุมเซลล์ตั้งแต่ช่องแรกจนถึงเซลล์ของข้อมูลที่เราต้องการ ดังรูป





   ช่องที่ 3 "Col_index_num" ให้ใส่จำนวนคอลัมม์ตั้งแต่คอลัมม์แรกที่เลือกจะถึงคอลัมม์ข้อมูล ซึ่งจากตัวอย่างคือ 3 คอลัมม์ค่ะ (A ถึง C)
   ช่องที่ 4 "Rank_Lookup"  ให้ใส่เลข 0 เสมอค่ะ
   ซึ่งถ้าสูตรใส่ถูกต้อง จะได้ข้อมูลที่เราต้องการมายังไฟล์ใหม่ค่ะ


 


   บางคนอาจสงสัยว่าเราจะสร้างสูตรทำไมให้เสียเวลา ในเมื่อเรา Copy ทั้งคอลัมน์มาแปะเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ อันที่จริงก็ง่ายกว่าค่ะ แต่ในกรณีที่ไฟล์ใหม่และไฟล์อ้างอิงเรียงลำดับทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้เลยค่ะที่จะเรียงเหมือนกัน

   และที่นี้ก็มาถึงปัญหาในการใช้ VLookup
   1. #N/A หมายถึง รหัสที่เราอ้างอิงไม่มีในไฟล์ข้อมูล ซึ่งอาจจะเกิดได้จาก ไม่มีรหัสนั้นในไฟล์ที่เราจะดึงจริง หรือ ถ้ามีแต่ไม่ยอมดึงข้อมูลมาให้
ซึ่งในกรณีหลังนี้เกิดจากเซลล์ที่เราอ้างอิงไม่เหมือนกันจริง เพราะคำว่าเหมือนนั้นหมายถึงทุกตัวอักษรห้ามต่างกันแม้แต่น้อย มีเว้นวรรคก็ต้องเหมือนกัน (แต่ตัวใหญ่เล็กไม่เป็นไรนะคะ) หรืออีกกรณีหนึ่งคลุมข้อมูลไม่หมด
   วิธีแก้   ในกรณีมีแต่ใช้สูตรแล้ว ไม่แสดงข้อมูล แก้ตัวอักษร สะกดให้เหมือนกันทั้งสองไฟล์ หรือคลุมข้อมูลใหม่

   2. #Ref หมายถึงในช่อง Col_index_num เราใส่จำนวนคอลัมม์เกินกว่าข้อมูลที่เราคลุมไว้ เช่นเราคลุมข้อมูล A1:C50 แต่เราใส่ตัวเลจขลงในช่อง Col_index_num เป็น 4 ซึ่งจริงๆ แล้ว A ถึง C นับจำนวนคอสัมน์ได้สูงสุดแค่ 3 เท่านั้น
   วิธีแก้   ทำการเลือกข้อมูลในช่อง Table_array ใหม่

   3. เลข 0 อันนี้ไม่ถือว่าการคำนวณหรือใส่สูตรผิดพลาดนะคะ จะเกิดกรณีอย่างนี้ ก็ต่อเมื่อช่องที่เราต้องการของข้อมูลนั้น เป็นช่องว่าง ไม่มีข้อมูลหรือตัวเลขใดๆ ทั้งสิ้น

   4. จากที่บอกไปตอนแรก สูตร VLOOKUP นั่น จะดึงข้อมูลมาเฉพาะค่าแรกที่มันเจอเท่านั้น ดังนั้นถ้าเซลล์ที่เราใช้อ้างอิงใน Lookup_value ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์จริง มันเห็นอะไรก่อนมันจะแสดงเป็นค่านั้นทันที ไม่มีการรวมค่าให้นะคะ ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นจะต้องทำให้แน่ใจก่อนว่า ส่วนของ Lookup_value แตกต่างกันจริง

   และมารู้ถึงการใช้ VLookup อย่างรวดเร็วทันใจ
   เมื่อเราต้องการดึงข้อมูลจำนวนมากมาจากไฟล์เดียวกันโดยไม่ต้องแก้สูตร ซึ่งขอแนะนำว่าต้องรู้จักสูตรและสัญญลักษณ์ดังต่อไปนี้ซะก่อน
   1. COLUMNS() เป็นสูตรช่วยในการนับจำนวน Columns
   2. สัญลักษณ์ $ เป็นสัญลักษณ์ช่วยไม่ให้แถวหรือคมลัมม์เกิดการเลื่อนเข้า-ออก เมื่อเราทำการลากสูตร
   3. สูตร IS ทั้งหลาย เป็นสูตรช่วยแปลงค่า error เช่น #N/A ให้แสดงผลตามที่เราต้องการ โดยใช้ร่วมกับสูตร IF
   
   โดยประโยชน์ของข้อ 2 และ 3 จะช่วยให้เราลากสูตรไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสูตรใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีข้อแม้ว่า ข้อมูลที่เราจะดึงต้องอยู่ในไฟล์เดียวกันและหัวข้อเรียงเหมือนกันเท่านั้นค่ะ เช่นจากตัวอย่างจะเรียงข้อมูลจาก ชื่อ นามสกุล และที่อยู่เหมือนกันค่ะ แล้วที่นี้ก็มาถึงเวลาวิธียำสูตรกันค่ะ
   เริ่มแรกมีไฟล์ใหม่เอาไว้ และเราต้องการดึงข้อมูลชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์จากไฟล์รายชื่อพนักงานมาใส่ไว้ในไฟล์ใหม่
               

 
               
           
       ให้สร้างสูตร VLookup ที่เซลล์ B2 ได้เลยค่ะ จะได้สูตรเป็นดังนี้ =VLOOKUP(A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,xxx,0)
       ส่วนในตัวอักษร ,xxx ถ้าเป็นข้อมูลที่ต้องการดึงมีไม่กี่ช่อง ให้ใส่ตัวเลขจำนวนคอลัมม์ไปเลยค่ะ เช่นต้องการแค่ชื่อ หรือชื่อและนามสกุลอย่างเดียว ให้ใส่จำนวนคอลัมม์จากรหัสไปชื่อ หรือใส่จำนวนคอลัมม์จากรหัสไปนามสกุล ในที่นี้คือ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่! ถ้ามีเยอะกว่านั้น จะให้มานั่งเปลี่ยนตัวเลขที่ละค่าคงเสียเวลาอย่างรุนแรง ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนมาใช้สูตร COLUMNS () แทน
   โดยวิธีการเขียนสูตรนั้นก็ง่ายค่ะ เมื่อเราพิมพ์ COLUMNS( จากนั้นให้ไปที่ไฟล์รายชื่อพนักงาน โดยเซลล์แรกที่เลือกจะเหมือนในสูตร VLOOKUP เลยค่ะ ซึ่งในที่นี้คือ เซลล์ A2 และให้คลุมลากจนมาถึง เซลล์ข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้ก็คือ B2 เมื่อเสร็จก็จะได้สูตรเป็นดังนี้ค่ะ COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$B$2)
   แต่ยังไม่จบนะคะ ที่นี้มาถึงสัญญลักษณ์พระเอกของเรา ก็คือตัว $ ซึ่งจะช่วยให้สูตร Columns แสดงผลออกมาถูกต้องโดยไม่แก้ โดยวิธีคือเราจะใส่ $ ข้างหน้าเฉพาะ A ส่วนข้างหน้าตัวเลข จะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่มีผลอะไร แต่ห้ามใส่หน้า B เด็ดขาดนะจ้ะ ดังนั้นถ้ามีอยู่ก็ให้ลบออกไปนะคะ ซึ่งจะได้สูตรที่ถูกต้องแทน  xxx เป็นดังนี้ COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2)
   การเติมพระเอกของเรายังไม่จบนะคะ อย่าลืมใส่ $ ตรงหน้า A ของตัวอักษรสีน้ำเงินในสูตรด้วยนะคะ VLOOKUP(A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2),0) เพราะไม่เช่นนั้นเวลาเราลากสูตร จะเอ๋อเรอทันที
   และผลสุดท้ายจะได้  VLOOKUP($A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,COLUMNS([ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:B$2),0)

   ส่วนในกรณีหัวข้อเรียงต่างกันให้ใช้สูตร Array เข้าช่วยค่ะ เช่นเราต้องการ ชื่อ, นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งข้ามหัวข้อ “ที่อยู่”ไป ให้เราแทน xxx ด้วยจำนวนคอลัมม์แต่ละหัวข้อที่เราต้องการหลังวงเล็บปีกกา เช่นในที่นี้ คือ 2, 3 และ 5 ให้ใส่เป็น “{2,3,5}” และสุดท้ายจะได้สูตรเป็นดังนี้ VLOOKUP($A2,[ชื่อไฟล์.xls]ชื่อชีส!$A$2:$E$13,{2,3,5},0)
   แต่ก่อนที่เราจะใช้สูตรข้างต้น เราคลุมเซลล์ที่เราต้องการดึงข้อมูลทั้งหมดก่อนนะคะ ตามรูปเลย





   และหลังจากใส่สูตรเรียบร้อยแล้ว ก็กด Ctrl+Shift+Enter พร้อมกันค่ะ ข้อมูลที่เราต้องการก็จะโผล่มาเลยค่ะ
   
   ปล. ระวังนิดหนึ่งนะคะ การที่เรา VLOOKUP ในไฟล์เดียวกัน โปรแกรมจะไม่ใส่ สัญญลักษณ์ $ ให้อัตโนมัตินะคะ ดังนั้นอย่าลืมใส่เองเด็ดขาด มิฉะนั้นมานั่งงมโขม หาว่าสูตรผิดตรงไหน อันนี้เจอบ่อยมากๆๆ โดนถามประจำ
   
   วิธีข้างต้นเป็นวิธีที่แอ๊มประยุกต์ขึ้นจากพื้นฐานเอง ดังนั้นบางคนอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อย่าลืมมาโพสบอกนะคะ



.

แรนเถื่อน | เสื้อผ้าเกาหลี | แรงบันดาลใจ | Ran



Follow Decha Chanwirun Liang's board GadGetMaShow.com on Pinterest.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Sitemap Decha Chanwirun เกมส์ออนไลน์ Game PC  
Thank SMF Security Check DMCA.com Protection Status



Google เข้าเยี่ยมชมหน้านี้ล่าสุดเมื่อ : 5 ชั่วโมงที่แล้ว