Game-Mun.com

General => ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี โปรโมตเวปฟรี => ข้อความที่เริ่มโดย: รับทำ SEONo1.co.th ที่ มีนาคม 07, 2022, 10:01:51 PM



หัวข้อ: "ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ" คืออะไร รู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อ?
เริ่มหัวข้อโดย: รับทำ SEONo1.co.th ที่ มีนาคม 07, 2022, 10:01:51 PM
โรค[url=http://www.sanook.com/health/4557/" target="_blank]ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ[/url] (Urinary Tract Infection) เป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ใครที่ยังไม่เคยเป็น อย่าคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสพบเจอกับโรคนี้ โดยเฉพาะคุณสาวๆ นั้นมีโอกาสเป็นโรคนี้กันเยอะมาก โรคนี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราติดเชื้อนี้หรือยัง มาเช็กเพื่อเตรียมรับมือกัน

รู้จักระบบทางเดินปัสสาวะ

ระบบทางเดินปัสสาวะ ประกอบด้วยอวัยวะหลายส่วน ทำหน้าที่กำจัดของเสีย และ รักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ระบบทางเดินปัสสาวะประกอบไปด้วย ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และ ท่อปัสสาวะ

  • ไต มีหน้าที่หลักคือกรองของเสียที่อยู่ในเลือด ดูดซึมสารที่มีประโยชน์ รักษาสมดุลของเหลว ฯลฯ


  • ท่อไต ทำหน้าที่นำปัสสาวะจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะ


  • กระเพาะปัสสาวะ เป็นอวัยวะสำหรับพักปัสสาวะไว้ชั่วคราว ก่อนขับออกจากร่างกาย


  • ท่อปัสสาวะ เป็นท่อต่อจากกระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่นอกร่างกาย

     
    ทางเดินปัสสาวะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (Lower urinary tract) หมายถึง กระเพาะปัสสาวะ และ ท่อปัสสาวะ


  • ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน (Upper urinary tract) หมายถึงไต และ ท่อไต


    โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ คืออะไร?​

    การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection หรือ UTI) หมายถึง การเกิดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะรวมถึงการติดเชื้อตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ไปจนถึงไต ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • โรคท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis)

  • [url=https://www.sanook.com/health/441/" target="_blank]โรคกระเพาะ[/url]ปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)


  • โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)

สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

สาเหตุส่วนใหญ่ของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จากลำไส้ หรือ ผิวหนังของอวัยวะเพศเข้าไปอยู่ในทางเดินปัสสาวะ และ แพร่เข้าไปอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ หรือไต

อาการของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ถ้าติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง จะมีอาการ

  • ปัสสาวะแสบขัด และ เจ็บเสียวเมื่อใกล้สุด

  • ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะออกมาน้อย

  • ปัสสาวะอาจมีกลิ่น

  • ปัสสาวะขุ่น อาจมีเลือดปน

ถ้าติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะส่วนบน หรือ กรวยไต
จะมีอาการ

  • ปัสสาวะแสบขัด กระปริบกระปรอย

  • มีไข้สูง หนาวสั่น

  • เบื่ออาหาร

  • ปวดบั้นเอวข้างใดข้างหนึ่ง หรือสองข้าง

  • ถ้าอาการรุนแรง อาจมี[url=https://www.sanook.com/health/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99/" target="_blank]ความดัน[/url]โลหิตต่ำ และ หมดสติได้

    จะรู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อทางทางเดินปัสสาวะ
    สังเกตการปัสสาวะของตัวเอง ถ้าการปัสสาวะมีความผิดปกติ หรือ สงสัยว่าตัวเองอาจจะมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรไปหาหมอ เพื่อให้หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยการตรวจเพื่อดูว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือไม่นั้น ทำได้ง่ายๆ คือ ใช้การตรวจปัสสาวะนั่นเอง

  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาการติดเชื้อจากสิ่งแปลกปลอมที่อาจปนอยู่ในน้ำปัสสาวะ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เลือด หรือเม็ดเลือดขาว หากพบเม็ดเลือดขาวมากกว่า 3-5 ตัว อาจเป็นไปได้ว่ามีการอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย


  • การเพาะเชื้อปัสสาวะ หากตรวจปัสสาวะแล้วพบว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการติดเชื้อ อาจจะมีการตรวจด้วยการเพาะเชื้อปัสสาวะเพิ่มเติม


  • ส่องกล้องระบบทางเดินปัสสาวะ ถ้ามีอาการรุนแรง หรือ เรื้อรัง เป็นไม่หาย หมออาจจะตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องระบบทางเดินปัสสาวะ ดูว่ามีความผิดปกติอื่นนอกจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือไม่


  • การตรวจทางรังสีวิทยา ใช้ในการตรวจหาภาวะแทรกซ้อนจาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น การตรวจนิ่วในทางปัสสาวะ การตรวจการอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ


    วิธีการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


  • กินยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ โดยส่วนใหญ่ หากมีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง คือ กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ หมอจะให้กินยาปฎิชีวนะประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยไม่จำเป็นต้องแอดมิด นอนโรงพยาบาล


  • ให้ยาปฎิชีวนะทางหลอดเลือดดำ หากมีการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะส่วนบน หรือติดเชื้อที่ไต หมอจะให้นอนโรงพยาบาล เพราะจำเป็นต้องให้ยาปฎิชีวนะทางหลอดเลือดดำ ใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน หากอาการดีขึ้นก็สามารถกลับบ้านได้ แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ควรกลับมาตรวจเพิ่มเติม


    ป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้อย่างไร?


  • ดื่มน้ำมากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน


  • ไม่กลั้นปัสสาวะ


  • ปัสสาวะก่อนนอน และ หลังมีเพศสัมพันธ​์


  • เช็ดทำความสะอาดให้แห้งเสมอ


  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะผู้หญิง ควรเช็ดทำความสะอาดโดยเช็ดจากช่องคลอดจากด้านหน้าไปด้านหลัง


  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ หรือ สารเคมีเติมในอ่างอาบน้ำ


    รู้หรือไม่!


  • โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะท่อปัสสาวะสั้น ทำให้แบคทีเรียผ่านเข้าไปง่ายกว่า


  • 50% ของผู้หญิงต้องเคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในชีวิต อย่างน้อย 1 ครั้ง


  • ช่วงอายุของผู้หญิงที่มีโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้บ่อยที่สุด คือ ช่วงอายุ 18-40 ปี



    cr. https://www.sanook.com/health/17365/
    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : วิธีรักษาโรค

    เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.sanook.com/health/

    Tags :  ลดความอ้วน, อาหารคลีน